บทความ

พูดคุยกับ Dr. Linda Liukas คุณครูสาวจากฟินแลนด์ และเจ้าของผลงานหนังสือภาพสำหรับเด็กที่มีการแปลไปกว่า 100 ภาษาอย่าง ‘Hello Ruby’ ที่อธิบายพื้นฐานการเขียนโปรแกรมที่แม้แต่เด็ก 4 ขวบก็สามารถเรียนได้ ทั้งนี้ Dr.Linda Liukas ได้มาพูดคุยกับ Techsauce ในหัวข้อของ ระบบการศึกษา (Education System) ที่มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเมื่อ COVID-19 ระบาดไปทั่วโลก และบทบาทของวงการการศึกษาจะเป็นอย่างไรต่อไปหลังจากนี้

ในการที่จะทำตัวให้ก้าวทันผู้อื่นในยุคที่มีการเกิดขึ้นของสิ่งใหม่ตลอดเวลา อีกทั้งองค์กรต่างก็ต้องการคนที่มีทักษะที่พร้อมต่อการปฏิบัติงาน เพื่อให้ก้าวตามได้ทัน เราจะทำตัวให้เป็นคนที่เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาได้อย่างไร

Edtech startups กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ยิ่งในช่วง Covid-19 เห็นได้ชัดว่าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมากในภาคการศึกษา ทำให้การศึกษาสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และมีคุณภาพมากขึ้น นักลงทุนทั่วโลกมีการคาดการณ์ว่า unicorn ต่อ ๆ ไปจะมาจากภาคการศึกษา เพราะนี่คือจังหวะที่คนพร้อมรับการใช้เครื่องมือ digital มากขึ้น การศึกษากำลังถูก disrupt ด้วยเทคโนโลยี การศึกษาไม่ได้ปิดกั้นอยู่แค่ในโรงเรียนอีกต่อไป ทุกคนต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต และมีผู้คนจำนวนมากที่ต้อง reskill เพื่อเอาตัวรอดจาก digital disruption ที่ปฏิวัติตลาดแรงงาน

ยังจำได้ไหม? กับการเรียนหนังสือในห้องเรียน ทำการบ้านในสมุดส่งคุณครู สงสัยการบ้านข้อไหนก็ต้องโทรถามเพื่อน หรือส่งข้อความ msn บนคอมพิวเตอร์ เวลาเรียนพิเศษก็ต้องเดินทางไปที่สถาบันเพื่อไปนั่งเรียนในห้องเรียนตามเวลาที่สถาบันกำหนด

ในโลกแห่งเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลง อีกทั้งโควิดที่ได้เข้ามาเร่ง Adoption ของการใช้ Technology ในวงการการศึกษา ทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างก็ต้องปรับตัวแบบก้าวกระโดด แล้วสิ่งเหล่านี้จะส่งผลอย่างไรกับการศึกษาและโรงเรียนแห่งอนาคต บทความนี้จะนำเสนอ 4 เทรนด์การศึกษาสมัยใหม่ที่ทุกคนควรติดตาม เพื่อเตรียมความพร้อมพัฒนาศักยภาพของนักเรียน นักศึกษาในศตวรรษที่ 21 ‍

พฤติกรรมการกลั่นแกล้งรังแกกัน หรือบูลลี่(Bully)ของเด็กไทย ติดอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศญี่ปุ่น และจากการสำรวจพบว่า เด็กกว่า 91% เคยถูกบูลลี่ 43 %คิดจะตอบโต้เอาคืน เสี่ยงที่จะนำไปสู่ผลกระทบที่รุนแรงขึ้น ในการเสวนาหัวข้อ “BULLYING” กลั่นแกล้ง ความรุนแรงที่รอวันประทุ” เพื่อหาทางออกและวิธีแก้ไขปัญหาเด็กโดนกลั่นแกล้ง หรือ บูลลี่ จัดโดยเครือข่ายปกป้องเด็กและเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงทางสังคม ร่วมกับ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว และเครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)

การเรียนการสอนมีการเปลี่ยนแปลงในทุกยุคทุกสมัย เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียน และมุ่งเน้นให้เกิดการเรียนรู้ที่นำไปใช้ได้จริง ซึ่งในการเรียนรู้นอกจากจะมีผู้เรียนและผู้สอนแล้ว ยังต้องมีสื่อการเรียนการสอนเพื่อเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความรู้ และสื่อการสอนเหล่านี้จะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยอยู่เสมอ

คนยุคใหม่ที่จะพูดถึงในบทความนี้คือ คนที่อยู่ใน Generation Y และ Z ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เกิดในช่วง ค.ศ.1980 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เติบโตมาพร้อมกับการพัฒนาของเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต

Students

image

การเรียนสื่อสารมวลชนที่อังกฤษในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของสิ่งพิมพ์และออนไลน์

เอม-นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์ เป็นหน้าที่หลายคนอาจจะคุ้นตากันดีในวงการสื่อโทรทัศน์บ้านเรา เอมเคยทำงานเป็นผู้สื่อข่าวภาคสนามของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจไปเรียนต่อด้านการทำข่าวโดยตรงที่ประเทศอังกฤษ ณ มหาวิทยาลัย City, University of London ที่นั่นเอมได้ลงพื้นที่ทำข่าวจริงในสังคมยุโรป ได้ฝึกงานกับสำนักข่าวระดับบิ๊กทั้ง The Independent และ BBC ในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์ ไปฟังประสบการณ์ที่เอมได้รับจากการฝึกงานที่นั่น ในยุคนี้ที่เขาบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่เฟื่องฟูที่สุดของวงการสื่อมวลชน 

 อ่านต่อ

พูดคุยกับ Dr. Linda Liukas คุณครูสาวจากฟินแลนด์ และเจ้าของผลงานหนังสือภาพสำหรับเด็กที่มีการแปลไปกว่า 100 ภาษาอย่าง ‘Hello Ruby’ ที่อธิบายพื้นฐานการเขียนโปรแกรมที่แม้แต่เด็ก 4 ขวบก็สามารถเรียนได้ ทั้งนี้ Dr.Linda Liukas ได้มาพูดคุยกับ Techsauce ในหัวข้อของ ระบบการศึกษา (Education System) ที่มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเมื่อ COVID-19 ระบาดไปทั่วโลก และบทบาทของวงการการศึกษาจะเป็นอย่างไรต่อไปหลังจากนี้

ในการที่จะทำตัวให้ก้าวทันผู้อื่นในยุคที่มีการเกิดขึ้นของสิ่งใหม่ตลอดเวลา อีกทั้งองค์กรต่างก็ต้องการคนที่มีทักษะที่พร้อมต่อการปฏิบัติงาน เพื่อให้ก้าวตามได้ทัน เราจะทำตัวให้เป็นคนที่เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาได้อย่างไร

Edtech startups กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ยิ่งในช่วง Covid-19 เห็นได้ชัดว่าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมากในภาคการศึกษา ทำให้การศึกษาสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และมีคุณภาพมากขึ้น นักลงทุนทั่วโลกมีการคาดการณ์ว่า unicorn ต่อ ๆ ไปจะมาจากภาคการศึกษา เพราะนี่คือจังหวะที่คนพร้อมรับการใช้เครื่องมือ digital มากขึ้น การศึกษากำลังถูก disrupt ด้วยเทคโนโลยี การศึกษาไม่ได้ปิดกั้นอยู่แค่ในโรงเรียนอีกต่อไป ทุกคนต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต และมีผู้คนจำนวนมากที่ต้อง reskill เพื่อเอาตัวรอดจาก digital disruption ที่ปฏิวัติตลาดแรงงาน

ยังจำได้ไหม? กับการเรียนหนังสือในห้องเรียน ทำการบ้านในสมุดส่งคุณครู สงสัยการบ้านข้อไหนก็ต้องโทรถามเพื่อน หรือส่งข้อความ msn บนคอมพิวเตอร์ เวลาเรียนพิเศษก็ต้องเดินทางไปที่สถาบันเพื่อไปนั่งเรียนในห้องเรียนตามเวลาที่สถาบันกำหนด

ในโลกแห่งเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลง อีกทั้งโควิดที่ได้เข้ามาเร่ง Adoption ของการใช้ Technology ในวงการการศึกษา ทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างก็ต้องปรับตัวแบบก้าวกระโดด แล้วสิ่งเหล่านี้จะส่งผลอย่างไรกับการศึกษาและโรงเรียนแห่งอนาคต บทความนี้จะนำเสนอ 4 เทรนด์การศึกษาสมัยใหม่ที่ทุกคนควรติดตาม เพื่อเตรียมความพร้อมพัฒนาศักยภาพของนักเรียน นักศึกษาในศตวรรษที่ 21 ‍

การเรียนการสอนมีการเปลี่ยนแปลงในทุกยุคทุกสมัย เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียน และมุ่งเน้นให้เกิดการเรียนรู้ที่นำไปใช้ได้จริง ซึ่งในการเรียนรู้นอกจากจะมีผู้เรียนและผู้สอนแล้ว ยังต้องมีสื่อการเรียนการสอนเพื่อเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความรู้ และสื่อการสอนเหล่านี้จะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยอยู่เสมอ

คนยุคใหม่ที่จะพูดถึงในบทความนี้คือ คนที่อยู่ใน Generation Y และ Z ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เกิดในช่วง ค.ศ.1980 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เติบโตมาพร้อมกับการพัฒนาของเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต

วิกฤตไวรัส COVID-19 ระบาดคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบการศึกษาทั่วโลก แม้หลายๆ ประเทศจะไม่เคยวางแผนเพื่อรับมือกับวิกฤตระดับนี้มาก่อน แต่เหตุการณ์นี้กลับเป็นจุดเริ่มต้นของการเตรียมแผนเพื่อรับมือกับวิกฤตครั้งใหม่ในอนาคตที่คาดเดาไม่ได้ การปรับตัวอย่างรวดเร็ว วางแผนในเชิงกลยุทธ์ และการออกแบบระบบใหม่ คือแนวทางฝ่าวิกฤตของประเทศสหรัฐอเมริกา และนี่คือ 5 บทเรียนที่ผู้นำเขตพื้นที่การศึกษาหลายๆ แห่งของที่นี่ได้เรียนรู้ ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ และเป็นแนวทางสำหรับผู้นำการศึกษาในการนำมาปรับใช้กับประเทศของตน

Employees

เราจะเริ่มหา Second Job อย่างไรที่ช่วยเพิ่มรายได้และเติมเต็มความฝัน

เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่ได้มีรายได้ทางเดียว ทุกวันนี้ภาพชินตาของใครหลายคนในออฟฟิศคือการเห็นเพื่อนร่วมงานหอบกล่องพัสดุเต็มสองมือมาส่งไปรษณีย์ตอนพักกลางวัน บางครั้งตอนเลิกงานเมื่อใช้แอปพลิเคชันเรียกรถแล้วพบว่าคนที่ขับรถนั้นก็คือเพื่อนร่วมงานที่มาขับ Grab หลังเลิกงาน หรือบางครั้งในเฟซบุ๊กเราก็มีโอกาสเห็นน้องที่ทำงานใช้เวลาในวันหยุดด้วยการรับจ้างถ่ายรูปรับปริญญา ทั้งๆ ที่วันจันทร์ถึงศุกร์เขาอาจเป็นพนักงานบัญชีที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการถ่ายรูปเลยก็ได้ ใช่ กลุ่มคนเหล่านั้นกำลังหาอาชีพเสริมให้กับตัวเอง

 อ่านต่อ
image

เคยเป็นกันไหม อยู่ดีๆ ก็รู้สึกโกรธขึ้นมา อาจจะเพราะด้วยเรื่องงาน เรื่องความสัมพันธ์ หรือเรื่องอื่นๆ ที่เราไม่อาจจะควบคุมได้ มนุษย์ทุกคนย่อมมีความโกรธ เมื่อเผชิญหน้ากับสภาวะกดดันหรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงพอใจ ซึ่งความโกรธเป็นอารมณ์เชิงลบที่ถ้าหากควบคุมไม่ได้ ก็อาจสร้างความเสียหาย ความวุ่นวาย ให้กับชีวิตตัวเองและคนรอบข้าง

‘แป๊บนึง’ ‘เอาไว้ก่อน’ ‘เดี๋ยวค่อยทำก็ได้’ การผลัดวันประกันพรุ่ง (procrastination) เป็นเรื่องง่ายๆ ที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดี มันคือการหยิบยืมความสบายในอนาคตมาใช้ ทำให้ปัจจุบันเรารู้สึกสบายกายสบายใจ เพราะเราได้ผลักภาระที่มีอยู่ออกไป ไว้อีกซัก 5-10 นาทีค่อยทำ หรืออีก 6 ชั่วโมงดี หรืออีก 2 วันก็ได้มั้ง หรือเผลอๆ ก็อาจจะไม่ทำเลยก็ได้

มีคำกล่าวที่ว่าความแน่นอนเดียวในชีวิตของคนเรา คือการเปลี่ยนแปลง และแม้ว่าในชีวิตจะมีบางสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ เช่น การกดรีโมตเพื่อเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่อยู่นอกเหนือจากการควบคุมของเรา และเราไม่สามารถกดรีโมตเพื่อควบคุมสิ่งเหล่านั้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะปัจจุบันที่ “การเปลี่ยนแปลง” ดูจะกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ในสังคม เพราะเรากำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ไม่ได้มีคำตอบเดียวที่ถูกต้องที่สุด ดังนั้นหนึ่งในทักษะที่อาจเป็นแรงเสริมให้เราสามารถก้าวต่อไปข้างหน้าได้ คือทักษะในการทักทาย “ความเปลี่ยนแปลง” เมื่อความเปลี่ยนแปลงได้เดินเข้ามาทักทายชีวิตของคุณ

อาชีพรับจ้างอิสระหรือ gig economy กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เพราะผู้คนสมัยใหม่ โดยเฉพาะมิลเลนเนียล มีนิสัยชอบทำงานที่มีความยืดหยุ่น ไม่ยึดติดกับเวลา สถานที่ หรือระบบขององค์กร ทำให้พวกเขาเริ่มทำงานประจำกันน้อยลง และหันมาประกอบอาชีพที่เราเรียกติดปากว่า ‘ฟรีแลนซ์’ (freelance) กันมากขึ้น

พูดคนเดียวอาจแปลได้หลายอย่าง ถ้าไม่เป็นพิธีกร นางเอกละคร ก็เป็นคนเพี้ยน เพราะเมื่อเผลอพึมพำกับตัวเองทีไร คนรอบข้างก็เป็นอันงุนงง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าเรากำลังเป็นบ้าหรอกนะ ในทางตรงกันข้าม การพูดคุยกับตัวเองกลับดีต่อสุขภาพจิตมากกว่าที่คิด

แปดชั่วโมงแห่งการทำงาน นอกจากต้องจัดการเอกสารและภาระงานตรงหน้า บางครั้งยังต้องรับมือกับภาวะทางอารมณ์ที่เกิดจากปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะทำงานผิดพลาด เจ้านายด่า ลูกค้าบ่น ไม่วายวิ่งออกไปร้องไห้ในห้องน้ำ แล้วกลับมาพร้อมกับตาที่บวมปูด ทุกคนรู้ มนุษย์วัยทำงานรู้ ใครๆ ก็เคยร้องไห้ในที่ทำงานทั้งนั้น เพราะไม่ว่าเราพยายามปกปิดมากแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ดูเหมือนน้ำตาจะไม่เชื่อฟัง พร้อมไหลออกมาตลอดเวลา จนทำให้ห้องน้ำ ระเบียง และบันไดหนีไฟกลายเป็นพื้นที่รองรับความรู้สึกอันท่วมท้นเหล่านั้น แต่ทุกวันนี้ เรามองว่าการร้องไห้ในที่ทำงานกลายเป็นเรื่องทั่วไปที่ใครก็ทำกัน หรือยังคงเป็นพฤติกรรมที่บ่งบอกถึงความไม่มืออาชีพในการทำงานอยู่?

แม้จะเริ่มชินกับการต้องทำงานอยู่บ้านหรือ Work from Home ก็จริง แต่ใช่ว่าวิธีการทำงานแบบนี้จะลงตัวเสมอไป เพราะสิ่งหนึ่งที่คนทำงานไม่ควรมองข้ามคือภาวะ Burnout Syndrome หรืออาการหมดไฟในการทำงานที่อาจเกิดขึ้นได้ เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมซ้ำๆ หากไม่คอยกระตุ้นตัวเอง วันใดวันหนึ่งไอเดียสร้างสรรค์ที่เคยมีอาจเดินมาถึงทางตันก็เป็นได้ เราจึงคัดสรรแนวทางเพื่อปรับสมดุลให้ชีวิตเข้าที่เข้าทางและห่างไกลจากคำว่าหมดไฟในการทำงานด้วยวิธีต่อไปนี้

ชีวิตในฝันของหนุ่มสาวออฟฟิศคือการได้ทำงานที่บ้าน แต่พอฝันเป็นจริงจากเหตุโควิด-19 ก็มีคนจำนวนหนึ่งปรับตัวได้ดี ขณะที่อีกจำนวนหนึ่งอึดอัดและเกิดอาการบิดเบี้ยว เพราะปรับตัวได้ไม่ดีนัก พร้อมกับความเจ็บปวดในใจที่การทำงานของเราไม่ได้แสดงคุณค่าให้คนได้เห็นเท่าการทำงานในพื้นที่สำนักงานตามปกติ

Employers

image

ไม่ใช่พ่อรวยสอนลูก แต่คือหลักสูตรผู้ประกอบการที่สอนให้ทำได้ ทำเป็น

เพียงระยะไม่กี่ปีนี้ เกิดธุรกิจ startup ทั้งแอพพลิเคชั่นหรือสินค้าบริการหลากหลายต่างๆ ขึ้นเป็นจำนวนมาก ไม่เพียงธุรกิจเหล่านั้นเข้ามาเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ยังส่งอิทธิพลถึงโครงสร้างเศรษฐกิจในปัจจุบันอย่างรวดเร็วด้วย ผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ทั้งเจ๋งและน่าสนใจก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น Grab, Wongnai, Airbnb, Lazada พวกเขามองเห็นโอกาสและสามารถผสมผสานไอเดียเข้ากับนวัตกรรมใหม่ๆ มาสร้างความสะดวกสบายให้ชีวิตง่ายดายและรวดเร็วยิ่งขึ้น 

 อ่านต่อ

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผย ผลสำรวจ 10 อันดับธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง ปี 2563 มาดูกันว่าปีหน้ามีอะไรที่ทำแล้วน่าจะปัง และอะไรทำแล้วน่าจะร่วงกันบ้าง

ทักษะในการเข้าใจและใส่ใจผู้อื่น (Empathy) เอาใจเขามาใส่ใจเรา เป็นบ่อเกิดสำคัญของความสำเร็จ “หากเรามองผู้อื่นอย่างใส่ใจ เราจะเห็นใจและเข้าใจกัน” มากขึ้น

เพียงระยะไม่กี่ปีนี้ เกิดธุรกิจ startup ทั้งแอพพลิเคชั่นหรือสินค้าบริการหลากหลายต่างๆ ขึ้นเป็นจำนวนมาก ไม่เพียงธุรกิจเหล่านั้นเข้ามาเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ยังส่งอิทธิพลถึงโครงสร้างเศรษฐกิจในปัจจุบันอย่างรวดเร็วด้วย ผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ทั้งเจ๋งและน่าสนใจก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น Grab, Wongnai, Airbnb, Lazada พวกเขามองเห็นโอกาสและสามารถผสมผสานไอเดียเข้ากับนวัตกรรมใหม่ๆ มาสร้างความสะดวกสบายให้ชีวิตง่ายดายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

คีย์เวิร์ดสำคัญอย่าง “Digital Transformation” ในยุคนี้เป็นแรงขับเคลื่อนทำให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางตลาดแรงงานในปัจจุบันและอนาคต ผลวิจัย Employee Perspective 4.0 “พฤติกรรมการใช้เงิน การดำเนินชีวิต และความคิดเห็นที่มีต่อการทำงาน ของคนรุ่นใหม่ 4.0”

เทคโนโลยี 5G ตัวแปรสำคัญ ดันนวัตกรรมเกี่ยวเนื่องอย่าง AI และ IoT เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย เปลี่ยนโฉมพฤติกรรมผู้บริโภค โมเดลธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม นายบียอน ทาล แซนเบิร์ก หัวหน้าศูนย์วิจัยเทเลนอร์ หน่วยงานวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป กล่าวว่า “ในทศวรรษที่มา เทคโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตผู้คนและสังคมอย่างมาก และในปี 2020 วาระสำคัญของโลกเทคโนโลยีก็คือการให้บริการเชิงพาณิชย์แก่ประชาชนของเทคโนโลยี 5G ซึ่งจะไม่ใช่เพียงเรื่องความเร็วของการรับ-ส่งดาต้าเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความหน่วงที่ลดลง ทำให้นวัตกรรมที่เกี่ยวเนื่องจะได้รับการพัฒนาอย่างแพร่หลาย ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็น AI และ IoT ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยี 5G เป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างมาก

หากจะเปรียบเทียบ “ผู้นำ” ก็คือแม่ทัพขององค์กรที่เป็นผู้นำพากองทัพหรือองค์กรไปสู่สนามรบ คอยวางแผนและสร้างกลยุทธ์ในการต่อสู้กับศัตรู คอยกระตุ้นนักรบหรือคนในองค์กรให้ตื่นตัว คอยให้กำลังใจเมื่อหมดแรงใจ คอยชี้นำและพยายามประคองนักรบทั้งกองทัพไปสู่เป้าหมายคือ “ชัยชนะ” ดังนั้นบทบาทของการเป็นผู้นำในยุค 4.0 จึงสำคัญและมีอิทธิพลต่อคนในองค์กร

ทักษะการทำงานที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนควรมีในยุค 4.0 ที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การเปลี่ยนแปลงของเทรนด์โลกนวัตกรรมและเทคโนโลยี คือทักษะด้านความรู้และด้านอารมณ์ ทักษะทั้ง 2 ด้านจะช่วยเตรียมความพร้อมให้เหล่ามนุษย์เงินเดือนเป็นคนที่มีอาวุธพร้อมรบในสนามการแข่งขัน สามารถต่อสู้กับคู่แข่งแต่ก็สร้างพันธมิตรกับลูกค้าและผู้ร่วมงานได้ เป็นนักรบที่มีคุณค่าของกองทัพ ซึ่งในที่สุดจะช่วยนำชัยชนะมาสู่องค์กร

Parents

10 อันดับประเทศที่เหมาะต่อการเลี้ยงลูกมากที่สุดแห่งปี 2020

พ่อแม่หลายคนอาจหยิบลิสต์ชื่อประเทศกลุ่มพัฒนาแล้วมาขึงดูว่ามีประเทศอะไรบ้าง แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคงมีสหรัฐอเมริกาหรือสหราชอาณาจักร สองประเทศโลกที่หนึ่งที่ผู้ปกครองทั่วโลกมองว่าคงจะดีต่อการเลี้ยงลูกโดยเฉพาะคุณภาพการศึกษา หากดูเพียงมิติประเด็นการศึกษาความเห็นที่ว่าก็ใกล้เคียงกับข้อเท็จจริง รายงานล่าสุด ‘2020 Best Countries Report and Ranking’ จัดทำขึ้นระหว่าง BAV Group และ The Wharton School of the University of Pennsylvania เป็นการจัดอันดับผ่าน ‘มุมมอง’ หรือ ‘การรับรู้ของประชาชน’ ทั่วโลก ใช้การทำแบบสำรวจกับประชากรทั้งหมด 20,000 คนใน 73 ประเทศทั่วโลก (ทวีปอเมริกา เอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา) โดยกำหนดตัวชี้วัดขึ้นมาใช้ให้ความเห็น

 อ่านต่อ

image

บีบีซี ฟิวเจอร์ (BBB FUTURE) นำเสนอบทความเรื่อง “โควิด-19 กำลังทำให้โลกของเด็กๆ เปลี่ยนไปอย่างไร?” (How Covid-19 is changing the world’s children) มีเนื้อหาท่อนหนึ่งใจความว่า สิ่งที่น่ากังวลใจไม่แพ้การส่งเสริมทักษะความรู้ในช่วงที่เด็กๆ ถูกกักตัวอยู่ที่บ้าน คือ การพัฒนาด้านอารมณ์และการเข้าสังคมซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กเล็กและประถมศึกษา นอกจากนี้ยังมีเรื่องสุขภาพจิตวัยรุ่นขณะใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวตลอด 24 ชั่วโมงเป็นระยะเวลานาน จากสถิติในสหรัฐอเมริกา พบว่า วัยรุ่นร้อยละ 35 ได้รับโอกาสเข้ารับการฟื้นฟูสุขภาพจิตภายใต้การดูแลของโรงเรียน ครูมักเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นอาการผิดปกติแล้วกระตุ้นให้พวกเขาเข้ารับการรักษา สำหรับวัยรุ่นหลายคน ‘บ้าน‘ ไม่ใช่สถานที่ที่ทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย เมื่ออยู่บ้านบางคนต้องเผชิญหน้ากับความรุนแรงในครอบครัวทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนั้น การต้องใช้ชีวิตอยู่กับบ้านอย่างต่อเนื่องในช่วงกักตัวแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องดีนักสำหรับพวกเขา

การปะทะกันระหว่างคนต่างรุ่นถูกพูดถึงบ่อยครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งมุมมองการใช้ชีวิต การทำงาน โดยเฉพาะในประเด็นการเมืองที่มี “คนรุ่นใหม่” เข้ามา มีทั้งคำชื่นชม เสียงเสียดสีในเชิงเด็กที่ไร้เดียงสาทางด้านการเมือง นอกจากนี้ยังมีคำอย่าง Generation Me ที่ใช้เรียกคนเจนหลังที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง และการสวนกลับว่า OK Boomer! ยังสะท้อนว่าความขัดแย้งระหว่างคนแต่ละช่วงอายุเป็นปัญหาที่มีทั่วโลก แม้ความขัดแย้งจะมีมากขึ้น แต่อย่างไรการทำงาน การอยู่ร่วมกันในสังคม ยังจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือของคนหลายเจเนอเรชันในการทำงานและการอยู่ร่วมกัน ความเข้าใจจึงเป็นเครื่องมืออีกเครื่องมือที่จะช่วยลดความขัดแย้ง

ตามธรรมชาติแล้วทารกจำเป็นต้องพึ่งพาใครสักคนที่จะมอบความรัก ความอบอุ่น ดูแลเอาใส่ใจเขาเพื่อความอยู่รอด พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดอาจเป็นตัวเลือกแรกสุด หรืออาจเป็นญาติพี่น้องซึ่งเป็นผู้ใหญ่ใจดีสักคนเข้ามาทำหน้าที่ผู้เลี้ยงดู สุดแล้วแต่เหตุผลของชีวิต อย่างน้อยที่สุดเจ้าหนูต้องได้รับความรักความอบอุ่นเพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัยเป็นสุขหรือมีสิ่งที่เรียกว่า ‘ฐานที่มั่น’ (secure base) เพื่อให้เขากล้าออกไปเรียนรู้อย่างอุ่นใจและมีที่พักพิงอันปลอดภัยซึ่งเขาสามารถกลับไปหาได้เสมอ

ลำพังแค่คนอายุห่างกันไม่กี่ปี แต่อยู่ในโลกออนไลน์คนละใบ ใช้โซเชียลมีเดียคนละชุด เวลามาเจอหน้ากันจริงๆ ไม่ว่าจะทำงานด้วยกัน เสียงที่ต่างชัดเจนในวาระเลือกตั้ง หรือการต่อสู้ระหว่างประเทศในโลกทวิตภพ ก็ว่า ‘ห่าง’ แล้ว แต่หากคนต่างรุ่นอย่าง Baby Boomer มาเจอกันเจนอัลฟ่า หรือมารับรู้ว่าทุกวันนี้เจนเอ็กซ์พูดคุยกันเรื่องอะไร คิดและเชื่อมตัวเองสู่โลกภายนอกอย่างไร หลายครั้งทำให้เกิดการดูแคลนระหว่างกัน

ปัจจุบันการรังแกกันในกลุ่มนักเรียนส่งผลกระทบกลายเป็นปัญหาสังคม และการใช้ความรุนแรงผ่านการกระทำ และคำพูดที่ไม่อาจมองข้ามได้ มุมมองและทัศนคติที่มีต่อความรุนแรง และการใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสมเพื่อสร้างความบันเทิงฝังรากอยู่ในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้เกิดความเคยชิน และกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่คนในสังคมจะมองคำพูดหรือการกระทำรุนแรงเป็นเรื่องสนุกสนาน ทั้งๆ ที่ควรแก้ไขประเด็นดังกล่าว และหันมามุ่งเน้นเรื่องการเห็นอกเห็นใจ การเคารพในความรู้สึก และร่างกายผู้อื่นให้มากยิ่งขึ้น อาศัยกระบวนการที่เหมาะสม และความร่วมมือร่วมใจจากหน่วยทางสังคมที่ส่งอิทธิพลต่อเด็ก และเยาวชนในการปรับพฤติกรรม เปลี่ยนมุมมองต่อการกลั่นแกล้งรังแกกันอย่างยั่งยืน ทั้งนี้การจะแก้ไข และป้องกันปัญหาการรังแกกันควรเริ่มกระทำตั้งแต่ครอบครัว สอดคล้องกับการดูแลส่งเสริมจากโรงเรียน และการจัดสภาพแวดล้อมของชุมชน ร่วมด้วยช่วยกันนั่นเอง

ไม่มีใครโง่หรือฉลาดแต่กำเนิด เราสร้างความแข็งแรงและขยายขีดความสามารถของสมองให้มากขึ้นเหมือนกล้ามเนื้อได้ ถ้าเปรียบร่างกายที่สามารถฟิตซ้อมสมรรถะความแข็งแกร่งจนมีมัดกล้าม สมองก็สามารถแข็งแรงได้ด้วยการใช้งานเรียนรู้ฝึกฝนสิ่งใหม่ๆ ให้ด้านที่ไม่ถนัดสามารถพัฒนาให้คล่องแคล่ว ทักษะที่ดีอยู่แล้วก็กลายเป็นเชี่ยวชาญ กรอบคิดแบบเติบโต หรือ Growth Mindset เป็นหัวใจสำคัญของการเตรียมเด็กและคนรุ่นใหม่ ถ้าครูเสริมให้นักเรียนเข้าใจกลไกการทำงานของสมองที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ก็ยิ่งช่วยขยายภาพให้พวกเขามองเห็นศักยภาพที่ไม่สิ้นสุดของตัวเอง

หัวดื้อ หัวแข็ง หัวร้อน พฤติกรรมที่คู่กับวัยรุ่น มองจากคนนอกก็คือการเปลี่ยนแปลงที่เข้าใจได้ แต่ผู้ปกครองที่ต้องอยู่กับ ‘การเปลี่ยนไป’ ของลูก และบรรยากาศที่ ‘งัดข้อ’ กันไม่หยุด ทำให้หลายคนปวดใจและปวดหัวกันไม่น้อย

ทักษะตัวสุดท้ายของทักษะศตวรรษที่ 21 – Social and cultural awareness การตระหนักรู้ทางสังคมและวัฒนธรรม ทักษะสำคัญของมนุษย์ (ที่ต้องอยู่ร่วมกันในสังคม) ศตวรรษนี้ การตระหนักรู้ทางสังคมเป็นหนึ่งในทักษะการเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม (Social and Emotional Learning Skills: SEL) ที่ถูกระบุในวงการศึกษาว่า ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน จำเป็นต้องออกแบบการเรียนรู้ ให้เด็กๆ มีทักษะ ทัศนคติ และพฤติกรรมที่จะจัดการกับสถานการณ์ต่างๆ ตรงหน้า รวมทั้งกระบวนการคิดเรื่องการจัดการกับความสัมพันธ์ในตัวเองและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลให้เป็นไปอย่างมีคุณธรรมและเอื้ออาทร

Teachers

image

นักเรียนกดไลก์..ใช่เลย! เคล็ดลับการสอนให้สนุกของคุณครู

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้นักเรียนอยากไปโรงเรียน คือการที่นักเรียนสนุกกับการเรียนรู้ในห้องเรียน อ้างอิงจากคู่มือดูแลสุขภาพจิตเด็กวัยเรียนของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ปัญหาของนักเรียนสมัยนี้คือไม่ตั้งใจเรียน สมาธิสั้น ขาดแรงจูงใจ เบื่อเรียน คุยกันระหว่างเรียน ดังนั้นเคล็ดลับการสอนให้สนุกของครูจะเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้เด็กตั้งใจเรียน  ชอบการเรียน ดึงดูดความสนใจและสร้างแรงจูงใจมากขึ้น เมื่อนักเรียนกลับมาสนุกกับการเรียน กับครูผู้สอน วิธีการสอน สื่อการสอนและรูปแบบการสอน นั่นจะทำให้นักเรียนมีส่วนร่วมในห้องเรียนกับครูได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการถามตอบ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ดีกว่าแค่นั่งฟังครูเฉยๆ

 อ่านต่อ

การเรียนการสอนมีการเปลี่ยนแปลงในทุกยุคทุกสมัย เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียน และมุ่งเน้นให้เกิดการเรียนรู้ที่นำไปใช้ได้จริง ซึ่งในการเรียนรู้นอกจากจะมีผู้เรียนและผู้สอนแล้ว ยังต้องมีสื่อการเรียนการสอนเพื่อเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความรู้ และสื่อการสอนเหล่านี้จะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยอยู่เสมอ

นี่คงเป็นคำพูดที่ทุกคนเคยได้ยินอย่างแน่นอน และเป็นสิ่งที่ทุกคนคิดจะใช้เพื่อเรียกให้ผู้ฟังทุกคนกลับมาอยู่ที่ตัวเองหรือผู้พูด สิ่งนี้ คงเป็นสิ่งที่คุณครูทุกคนคาดหวังว่าเวลาที่สอนหรือทำกิจกรรมอยู่ในห้องเรียน นักเรียนทุกคนก็กำลังฟัง ปฏิบัติตาม หรือมีส่วนร่วมอยู่ ซึ่งความคาดหวังนี้จะสามารถทำให้เป็นจริงได้ หากคุณครูนำเทคนิค 100% ไปใช้ให้เกิดขึ้นในห้องเรียน

การตั้งคำถามแบบโสเครติส’ (Socratic Questioning) การสร้างวิธีการเรียนรู้กับผู้คนด้วยการเข้าไปตั้งคำถามกับความเข้าใจที่ผู้คนมีก่อนหน้า และช่วยให้คู่สนทนารู้ว่าเขามีสิ่งที่ยังไม่รู้ เป็นวิธีคิดของโสเครติสนักปรัชญาชาวกรีก

ครูส่วนมากมักเข้าใจผิดในเรื่องข้อผิดพลาด มองเป็นสิ่งชั่วร้ายที่จะต้องแก้ไข จัดการซุกซ่อน แล้วดำเนินการชั้นเรียนต่อไป นั่นคือสิ่งที่ผิดสำหรับการศึกษา ซึ่งที่จริงแล้วควรต้องมองว่าในกระบวนการเรียนรู้ การทำสิ่งผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้

เมื่อเรามองไปรอบๆ ตัว ในชีวิต ในโรงเรียน หรือในสังคมออนไลน์ของเรา เราอาจจะเจอกับคนกลุ่มที่เรารู้สึกว่าพวกเขากำลังประสบความสำเร็จมากๆ และทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างหนัก ชีวิตกำลังไปได้ดีในทุกๆ ด้าน และถ้าหากมองอย่างไม่ถ่อมตัว ผู้อ่านส่วนหนึ่งก็อาจเข้าข่ายการเป็นคนกลุ่มดังกล่าวในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต แต่ไม่ว่าเราจะเป็นครู และคนที่เก่งแค่ไหน ก็อาจเคยได้พบเจอกับจุดที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังหมิ่นเหม่ต่อการร่วงหล่นลงไปสู่หุบเหวของความล้มเหลว เป็นจุดที่สมองของเราล้าจนมันอาจเลือกที่จะพาให้ร่างกายของเราให้ห่างออกจากการทำแผนการสอน ตรวจการบ้าน กรอก ปพ. และเข้าสู่การทำสิ่งอื่นๆ เช่นการกดปากกาเล่นนานเป็นนาที หรือมองผ่านเอกสารตราครุฑที่อยู่ตรงหน้าเราโดยที่ไมได้อ่านแม้แต่คำเดียว

เมื่อพูดถึงประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก แน่นอนว่าทุกคนคงนึกถึงประเทศในแถบสแกนดิเนเวียที่เป็นบ้านเกิดของซานตาครอสอย่าง “ฟินแลนด์” ข้อมูลด้านการศึกษาเปิดเผยว่า นักเรียนที่อยากจะเรียนต่อด้านครุศาสตร์ที่นี่จะต้องฝ่าฟันกับอัตราการแข่งขันที่สูงลิบ เพราะจะมีนักเรียนเพียง 1 คน ต่อ 10 คน เท่านั้นที่จะได้รับการคัดเลือกได้เข้าเรียนต่อ แม้จะมีอัตราการแข่งขันที่สูงมาก และเงินเดือนเฉลี่ยของครูฟินแลนด์ไม่ได้สูงมากนักเมื่อเทียบกับอีกหลายอาชีพ อย่างไรก็ตาม “วิชาชีพครู” ได้รับการยกย่องจากสังคมฟินแลนด์ และมีคุณค่ามากในสายตาคนรุ่นใหม่ โดยผลสำรวจในปี 2013 บอกว่า 90% ของครูฝึกหัดก็ยังคงมีอาชีพเป็นครูไปตลอดช่วงชีวิตการทำงาน

“ไม่มีเด็กคนไหนโง่ มีแต่เด็กที่มีความคิดไม่เหมือนกัน” คือคำตอบของครูฉัตรชัย ดีเลิศ ครูคณิตศาสตร์ประจำโรงเรียนบ้านโนนแสนคำ-หนองศาลาศรีสะอาด เพราะเด็กแต่ละคนแตกต่าง มีความคิด ความถนัด และศักยภาพที่ไม่เหมือนกัน ไม่มีเครื่องมือมาตรฐานเพียงหนึ่งเดียวที่จะตัดสินความสามารถพวกเขาได้ บุคลากรโรงเรียนบ้านโนนแสนคำ–หนองศาลาศรีสะอาด (ต่อไปจะขอเรียกเพียงโรงเรียนบ้านโนนแสนคำ) โรงเรียนประถมศึกษาขนาดกลาง นักเรียน 274 คน ตั้งอยู่ในอำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ พวกเขาเชื่อว่า เด็กแต่ละคนแตกต่าง วิธีการสอนแบบเดิมที่มีคำตอบเพียง ‘ถูกหรือผิด’ ใช้กับเด็กๆ ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนการสอนแบบใหม่เพื่อให้เข้ากับเด็กได้ทุกคน นั่นคือ การสนับสนุนให้เด็กได้คิดและแสดงวิธีคิดในแบบของพวกเขาเอง

แม้ว่าทั่วโลกจะอยู่กับสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 มาได้สักระยะ ธุรกิจหลายภาคส่วนต้องปรับตัวกันอย่างหนักเพื่อความอยู่รอด ไม่เว้นแม้แต่ภาคการศึกษาที่กระทบนักเรียนหลายล้านคนทั่วโลก ในบ้านเราเองครูไทยก็ต้องปรับตัวไม่แพ้กัน การรู้จักและเข้าใจเด็กยังคงเป็นหัวใจสำคัญก่อนปรับเปลี่ยนการสอนมาสู่ออนไลน์ เหนือสิ่งอื่นใดเรายังคงต้องเรียนรู้จากประเทศอื่นไปด้วย แม้จะแตกต่างในแง่บริบทและวัฒนธรรม แต่งานหลักของครูทั่วโลกล้วนไม่ต่างกัน ทำอย่างไรให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้มากที่สุด